Featured

Shoes Maker Home : จากโรงงานรองเท้าอายุกว่า 60 ปี สู่ AIRBNB สุดปัง!!

architecture design

Shoes Maker Home : จากโรงงานรองเท้าอายุกว่า 60 ปี สู่ AIRBNB สุดปัง!!

ใครมี ‘ตึกเก่า’ ใน ‘ทำเลแย่’ ต้องรีบอ่าน!!Shoes Maker Home จากตึกแถวในซอยลึก สู่ AIRBNB สุดปัง!!           Case Study วันนี้ เราจะพาคุณไปรู้จักกับ Shoes Maker Home อดีตโรงงานรองเท้าเก่าที่ถูกรีโนเวตให้กลายเป็น Airbnb          Shoes Maker Home เป็น Airbnb ที่ซ่อนอยู่สุดตรอกทองใบ ถึงแม้จะอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่แค่เดินไม่กี่นาทีก็ตาม แต่ภายในตรอกกลับเข้าถึงได้ยากโดยเฉพาะผู้ที่นำรถมาเอง ดังนั้น การกำหนดกลุ่มลูกค้าจึงเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญมาก ในการดีไซน์ Airbnb แห่งนี้          ปัจจัยหลักของทำเลนี้ คือการที่รถเข้าถึงลำบาก แต่เป็นพื้นที่ที่ตั้งอยู่ภายในตัวเมืองกรุงเทพฯ ซึ่งมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสูง กลุ่มนักท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์เงื่อนไขเหล่านี้ได้ดีที่สุด คือ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่ม Group of Friends ที่ไม่ได้พึ่งพารถยนต์ส่วนตัว และมุ่งเน้นการท่องเที่ยวในเมือง          Airbnb แห่งนี้จึงนำลักษณะพฤติกรรมที่พบบ่อยใน 'กลุ่มเพื่อน' เป็นต้นแบบในการดีไซน์พื้นที่ภายใน เช่น การสร้างบรรยากาศโดยรวมของ Airbnb ให้มีความ ‘Instagrammable’ (สามารถถ่ายลงอินสตาแกรมได้)ผ่านโครงสร้างเดิมและการตกแต่งภายในที่พยายามรักษาร่องรอยของโรงงานในอดีตไว้ให้ได้มากที่สุด เช่น พื้นที่ล็อบบี้ชั้นหนึ่ง ที่เปิดเผยโครงสร้างอาคารเดิม รวมถึงผนังบางส่วนที่ยังคงเล่าเรื่องราวของโรงงานรองเท้าในอดีต ไม่ว่าจะเป็นคราบเปื้อนบนผนังในยุคที่ยังเป็นโรงงาน หรือแม้กระทั่งเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งเก่า ทำให้พื้นที่นี้เปรียบเสมือน Story Board ที่เชื้อเชิญให้แขกได้สัมผัสเสน่ห์ของการทำรองเท้า ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาใน Airbnb          นอกจากนี้ พื้นที่ส่วนกลางยังผสมผสานกลิ่นอายของบ้านพักฤดูร้อนแบบสบายๆ (Casual Summer House Vibe) ด้วยการจัดพื้นที่แบบโปร่งโล่ง ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่บ้าน เช่น พื้นที่ยื่นเล็กๆ จากชั้นสองที่มองลงมายังล็อบบี้ชั้นหนึ่ง...

Read more →


เปลี่ยนโรงแรมของคุณให้กลายเป็นประสบการณ์เวลเนส กับ Therme Vals | WORLD-CLASS WELLNESS HOTEL

เปลี่ยนโรงแรมของคุณให้กลายเป็นประสบการณ์เวลเนส กับ Therme Vals | WORLD-CLASS WELLNESS HOTEL

     Wellness Tourism เป็นเทรนด์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและจะก้าวสู่ปี 2026 ในฐานะหนึ่งในภาคการท่องเที่ยวที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก ผลวิจัยได้คาดการว่ามูลค่าตลาดทั่วโลกจะเกิน 1.4 ล้านล้าน USD ภายในปี 2027 ปัจจัยหลักมาจากนักเดินทางที่ให้ความสำคัญกับการพักผ่อนที่มีความหมาย ฟื้นฟูร่างกายและจิตใจมากขึ้น      Case Study โรงแรมระดับโลกวันนี้ เราอยากพาคุณไปรู้จักกับ Therme Vals โรงแรมสุดหรู ที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้าน Vals ท่ามกลางเทือกเขาแอลป์ของสวิตเซอร์แลนด์ โรงแรมแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1996 เป็นผลงานของ Peter Zumthor นักออกแบบผู้คว้ารางวัล Pritzker ซึ่งเปรียบได้กับรางวัลอสการ์ของวงการภาพยนตร์ หรือรางวัลโนเบลของวงการวิทยาศาสตร์       Therme Vals ได้ถูกออกแบบเป็นคอมเพล็กซ์บ่อน้ำร้อนที่กลมกลืนกับภูมิประเทศภูเขาของสวิตเซอร์แลนด์ โครงสร้างได้ถูกฝังเข้าไปในไหล่เขาคล้ายถ้ำ และมีผนังหินที่เรียงซ้อนเป็นชั้นๆ ช่วยควบคุมแสง เงา และไอน้ำภายในโซนซาวนา เพื่อกระตุ้นประสาทสัมผัสที่เน้นไปยัง Sensory Experience เชิง Wellness  เช่น ห้องอาบน้ำที่มีแสงน้อย อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงชัดเจน เสียงฟองอากาศที่ก้องชัด และแสงที่ลอดเข้ามาเป็นเส้นๆ       สิ่งเหล่านี้เปลี่ยนนักท่องเที่ยวจากผู้ชมธรรมดา ให้กลายเป็นผู้มีส่วนร่วมในประสบการณ์ ผู้มาเยือนจะถูกนำทางผ่านเส้นทางที่คดเคี้ยว ซึ่งสร้างความสมดุลระหว่างความเป็นส่วนตัวและพื้นที่เปิดโล่ง ความเรียบง่ายที่เน้นการสัมผัสนี้ดึงดูดกลุ่มคนในช่วงอายุ 30 - 60 ปี โดยเฉพาะคู่รัก ครอบครัว และผู้ที่ต้องการพักฟื้นฟูร่างกายและจิตใจตัวเอง      นอกจากนี้ โรงแรมยังมีห้องพักอยู่ภายในอาคารอาบน้ำ ซึ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับทั้งผู้มาใช้บริการแบบวันเดียวหรือพักค้างคืน เช่น บ่อน้ำร้อน - น้ำเย็น หรือพื้นที่นวด และโซนผ่อนคลายต่างๆ ทำให้ Therme Vals กลายเป็น Iconic Retreat-Stay ที่ไม่เพียงแต่จะมีสถาปัตยกรรมที่ลึกซึ้ง แต่ยังผสมผสานกับ Wellness Design ได้อย่างลงตัวอีกด้วย สื่ออ้างอิง :https://www.architecturelab.net/the-therme-vals-peter.../ https://www.archdaily.com/13358/the-therme-vals https://guide.michelin.com/.../winter-trip-michelin-vals... https://www.architravel.com/project/the-therme-vals/ https://www.marchvalencia.com/.../therme-vals-by-peter.../ https://archeyes.com/peter-zumthors-therme-vals-sensory.../ 

Read more →


ทำโรงแรมในทำเลไม่ดีอย่างไรให้ขายดี กับ Uthaiheritage | EXPERIENCE HERITAGE BOUTIQUE HOTEL

ทำโรงแรมในทำเลไม่ดีอย่างไรให้ขายดี กับ Uthaiheritage | EXPERIENCE HERITAGE BOUTIQUE HOTEL

Case Study โรงแรมระดับโลกวันนี้ เราอยากพาคุณไปรู้จักกับ Uthai Heritage โรงแรมบูติคระดับ 5 ดาว ที่ถูกออกแบบให้ “กลายเป็นจุดหมายปลายทางในตัวเอง”      Uthai Heritage ตั้งอยู่ในจังหวัดอุทัยธานี ภายในซอยเล็ก ๆ ที่เดิมเคยเป็นโรงเรียนเก่า สิ่งที่ทำให้โรงแรมแห่งนี้แตกต่างจากโรงแรมระดับ 5 ดาวทั่วไป คือการตั้งอยู่บนทำเลที่หลายคนมองว่า “ไม่เหมาะกับการทำโรงแรม”     พื้นที่ของโรงแรมตั้งอยู่ใจกลางเมือง แต่ไม่ได้ติดแม่น้ำเจ้าพระยา หรือโซนท่องเที่ยวหลักที่นักท่องเที่ยวมักค้นหาโดยอัตโนมัติ ย่านโดยรอบเป็นชุมชนเมืองเก่า ทำให้ภาพรวมของทำเลดู “ธรรมดา” เมื่อเทียบกับรีสอร์ตนอกเมืองหรือโรงแรมริมแม่น้ำที่คุ้นตา      อย่างไรก็ตาม Uthai Heritage เลือกใช้ “เรื่องเล่า” เข้ามาแทนที่ข้อจำกัดของทำเล โรงแรมเล่าเรื่องการเปลี่ยนผ่านจาก “โรงเรียนสู่โรงแรม” อย่างชัดเจน ผ่านชื่อห้องพัก รายละเอียดการตกแต่ง ไปจนถึงกิจกรรมภายในโรงแรม แขกจึงไม่ได้มาเพียงเพื่อพักค้างคืน แต่เดินทางมาเพื่อสัมผัสความทรงจำในวัยเด็ก และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเมืองอุทัยธานี เรื่องเล่านี้เองที่ช่วยสร้างการบอกต่อและคอนเทนต์ออนไลน์ในมุม “ต้องมาลองสักครั้ง” มากกว่าการขายจุดเด่นด้านทำเลหรูหรือวิวแม่น้ำ      เจ้าของโรงแรมตั้งใจให้ Uthai Heritage ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการดึงผู้คนให้มารู้จักเมืองอุทัยธานีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำร้านอาหารท้องถิ่น วิถีชีวิตของชุมชนลุ่มแม่น้ำสะแกกรัง หรือกิจกรรมเดินเล่นรอบเมืองเก่า แนวคิดนี้ทำให้ข้อจำกัดเรื่องการไม่ติดแลนด์มาร์กใหญ่ กลับกลายเป็นโอกาสในการขาย “ชีวิตจริงของเมือง” ที่แตกต่างจากจุดหมายปลายทางยอดนิยมอย่างเชียงใหม่ เขาใหญ่ หรือโรงแรมริมแม่น้ำที่ผู้คนคุ้นเคยอยู่แล้ว      นอกจากนี้ งานออกแบบที่มีเอกลักษณ์ยังช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่มได้อย่างชัดเจน เช่น Facade และพื้นที่ภายใน เลือกใช้โทนสีหม่นและการวางโคม ที่กระจายแสงเฉพาะ เพื่อสร้างบรรยากาศที่เงียบ เหงา แต่สงบ เหมาะกับคู่รักที่มองหาการพักผ่อนแบบชิลล์และเป็นส่วนตัว งานไฟได้รับแรงบันดาลใจจากบล็อกเหล็กในผลงานของ Geoffrey Bawa ซึ่งเป็นโคมไฟดีไซน์เรียบง่ายแฝงความโมเดิร์น ช่วยขับเน้นอัตลักษณ์ที่สงบและนิ่งของโรงแรม เพดานที่สูง คานไม้ดั้งเดิมจากโรงเรียนเก่า และแสงธรรมชาติที่ไหลเข้าสู่ภายใน ล้วนช่วยเสริมบรรยากาศผ่อนคลาย และสร้างความผูกพันทางอารมณ์ที่เชื่อมโยงกับความทรงจำของโรงเรียนในอดีต      ในขณะเดียวกัน การดีไซน์ของห้องพักก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวดึงดูดกลุ่มลูกค้าใน Uthai Heritage เช่น ห้อง “Alumni Suite”...

Read more →


สัมผัสเสน่ห์มรดกกลางเมืองอุบล ที่ Velawarin | HERITAGE BOUTIQUE HOTEL

สัมผัสเสน่ห์มรดกกลางเมืองอุบล ที่ Velawarin | HERITAGE BOUTIQUE HOTEL

<< Case Study บูติคโฮเต็ลระดับโลก >>              ในปี 2025 ภาพรวมการท่องเที่ยวทั่วโลกกำลังเปลี่ยนทิศ นักเดินทางให้คุณค่ากับจังหวะที่ช้าลง เทรนด์ “JOMO – Joy of Missing Out” จึงกลายเป็นพฤติกรรมหลักของกลุ่มตลาดใหม่ที่เลือกหลีกหนีความเร่งรีบ เพื่อกลับมาเชื่อมต่อกับตัวเองและธรรมชาติ เช่นเดียวกันกับเทรนด์ Active Wellness ที่ผสมผสานกิจกรรมออกกำลังกายเข้ากับการดูแลสุขภาพ ทำให้โรงแรมบูติกที่เน้น personalization และ local experiences นั้น ได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัดเจน              Velawarin: ตัวอย่างโรงแรมบูติกที่ตอบโจทย์ JOMO อย่างลงตัว ออกแบบโดย วรพันธุ์ คล้ามไพบูลย์ (SuperGreen Studio) ด้วยการรีโนเวตบ้านไม้เก่ายุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ให้กลายเป็นโรงแรมบูติค 5 ดาวที่ยังคงเสน่ห์ความดั้งเดิมไว้ครบถ้วน              แนวคิด “ทวิภพ” ถูกนำมาตีความผ่านการเชื่อมโยง ระหว่างกลางวัน-กลางคืน อดีต-ปัจจุบัน และแสง-เงา สร้างประสบการณ์พื้นที่พิเศษที่แขกเหมือนหลุดเข้าโลกอีกใบ ในขณะที่ยังเชื่อมต่อกับโลกภายนอกผ่านช่องเปิดและฉากไม้ที่คำนวณมาอย่างละเอียด แขกจะสัมผัสได้ถึงความสงบแบบ timeless ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยวที่แสวงหา “quiet retreat” เพื่อตั้งหลักชีวิต              การจัดสเปซภายใน Velawarin ให้ความสำคัญกับแสงธรรมชาติ เพดานที่ปรับระดับเพื่อความโปร่ง และพาเลตต์สีอบอุ่นที่สื่ออารมณ์สงบ เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งล้วนคัดเลือกจากงานไม้ท้องถิ่นและชุมชนอีสาน ทำให้บรรยากาศ “ช้า แต่มีน้ำหนัก” องค์ประกอบเหล่านี้ช่วยสร้างประสบการณ์ “slow living” ที่นักท่องเที่ยวแชร์ต่อในสื่อโซเชียลมีเดีย ส่งผลให้โรงแรมมีอัตราเข้าพักสูง โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ต้องการ longer stay, work retreat...

Read more →


สัมผัสเสน่ห์แบบท้องถิ่นของเมืองตรังกับ Villa Pateh | LUXURY LOCAL BOUTIQUE HOTEL

architecture bawa Boutiquehotel design

สัมผัสเสน่ห์แบบท้องถิ่นของเมืองตรังกับ Villa Pateh | LUXURY LOCAL BOUTIQUE HOTEL

<< Case Study บูติคโฮเต็ลระดับโลก >> Case Study : Villa Patehโรงแรมบูติคสไตล์ LUXURY LOCALที่หลอมรวมสถาปัตยกรรมแนว Local และ Sustainable เข้าด้วยกันอย่างลงตัว              อีกหนึ่งเทรนด์กลุ่มลูกค้าโรงแรม ที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก คือ “Sustainable Tourism” หรือ “การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์” คาดการณ์กันว่านี่จะกลายเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่มาแรงที่สุดในปี 2026 สถิติของเว็บไซต์ booking.com ได้ทำการสำรวจ นักเดินทางเกือบ 30,000 คน ใน 33 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย พบว่า นักท่องเที่ยวจำนวนมากกำลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ไปสู่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ทั้งในรูปแบบของการท่องเที่ยวท้องถิ่นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงฮันนีมูนสายอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม             กรณีศึกษาของโรงแรมในวันนี้ เราจะพาไปชม “Villa Pateh” ในอำเภอสิเกา จังหวัดตรัง ที่นี่เป็นโรงแรมบูติกสุดหรู ที่ผสานแนวคิดการออกแบบอย่างยั่งยืน วัฒนธรรมท้องถิ่น และกลิ่นอายแห่งความโรแมนติก เข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว              Villa Pateh เป็นโรงแรมบูติคที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากที่พำนักของพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง)ตัวอาคารสีขาวให้ความรู้สึกโปร่งโล่งสะอาดตา และหลังคาสีน้ำตาลที่เติมความอบอุ่นให้กับภาพรวมของอาคาร อาจารย์วรพันธุ์ คล้ามไพบูลย์ สถาปนิกผู้ออกแบบโรงแรมแห่งนี้ ได้นำแนวคิดนี้ไปต่อยอด โดยปรับชั้นล่างให้เป็นพื้นที่เปิดโล่งแบบ Open Plan ปูด้วยกระเบื้องดินเผา สีน้ำตาลทั่วทั้งพื้นที่ เชื่อมโยงสองคาแรกเตอร์ความโปร่งและความอบอุ่นเข้าด้วยกันได้อย่างกลมกลืน              อีกหนึ่งองค์ประกอบที่น่าสนใจของโรงแรมแห่งนี้คือ การวางตำแหน่งของประตูและหน้าต่าง จะเห็นได้ชัดว่าแต่ละบาน ถูกวางในตำแหน่งที่ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งให้กับโรงแรม ซึ่งเปลือกของอาคารชั้นล่างจะมีการใช้เสาแทนกำแพงอีกด้วย นี่เป็นการทำให้พื้นที่ชั้นล่างรู้สึกกว้างขึ้น แถมยังทำให้ลมธรรมชาติไหลเวียนเข้าสู่โรงแรมได้โดยตรงอีกด้วย             ดีไซน์แบบ Open Plan ที่เปิดโล่งด้านล่างเปรียบเสมือนใต้ถุนของบ้านเรือนไทย ไม่เพียงแต่จะช่วยประหยัดพลังงาน ภายในตัวโรงแรม (Sustainability) แต่เป็นการมอบประสบการณ์ที่ให้กลิ่นอายของวิถีชีวิต แบบดั้งเดิมให้กับแขกผู้เข้าพัก อีกด้วย เฟอร์นิเจอร์ในโรงแรมก็เลือกใช้ของที่ผลิตในท้องถิ่นหรือวัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ สะท้อนความเชื่อมโยงระหว่าง โรงแรม ชุมชน และแนวคิดความยั่งยืน              ยามค่ำคืนแสงไฟภายในตัวโรงแรมถูกออกแบบมาเพื่อทำให้พื้นที่และบรรยากาศนั้นดูน่าหลงใหล ช่วยขับบรรยากาศ ให้มีกลิ่นอายของความโรแมนติกและความเงียบสงบ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคู่รักฮันนีมูน หรือแม้แต่นักท่องเที่ยวกลุ่ม LGBTQ+ ที่มองหาความโรแมนติกในทริปของตนเอง แสงไฟเหล่านี้ไม่ได้มาจากโคมไฟหรูหราราคาแพง แต่เกิดจากการ ออกแบบสุดสร้างสรรค์ โดยใช้เหล็กบล็อกธรรมดาตัดเป็นทรงสี่เหลี่ยม...

Read more →