News

HOMESTAY 101 ทำตาม 3 ข้อนี้ ไม่ผิดกฏหมาย

HOMESTAY 101 ทำตาม 3 ข้อนี้ ไม่ผิดกฏหมาย

HOMESTAY 101ทำตาม 3 ข้อนี้ ไม่ผิดกฏหมาย ปัจจุบันมีท่านลูกเพจหลายท่านที่ยังมีข้อสงสัยในการทำ โฮมสเตย์ ว่าต้องทำอย่างไรไม่ให้ผิดกฏหมาย วันนี้เรามีหลักการง่ายๆ 3 ข้อ ที่หากท่านทำตามแล้ว จะไม่ผิดแน่นอน  กรณีผู้ทำธุรกิจโฮมสเตย์ ซึ่งโดยเจตนาของกฎหมายยกเว้นให้นั้น มีเงื่อนไขอยู่ 3 ประการ หากขาดข้อใดข้อหนึ่งถือว่าผิดกฎหมายโรงแรมเช่นกัน ได้แก่ ข้อหนึ่ง ต้องมีจำนวนห้องพักในอาคารเดียวกันหรือหลายอาคารรวมกันไม่เกิน 4 ห้อง และมีจำนวนผู้พักรวมกันทั้งหมดไม่เกิน 20 คน ข้อสอง ต้องเป็นกิจการที่เป็นรายได้เสริม เช่น รายได้หลักมาจากอาชีพการเกษตร และ ข้อสาม ต้องไปแจ้งให้นายทะเบียนโรงแรมทราบ เพียงเท่านี้ ท่านจะก็สามารถทำโฮมสเตย์ได้ถูกต้องแล้วครับ และสำหรับทุกท่านที่สนใจ หรือกำลังเริ่มต้นลงทุนในกิจการบูติคโฮเต็ล โรงแรมเล็ก และ โฮสเทล เราขอแนะนำชุดหนังสือและซีดี Audio ที่รวบทุกเรื่องที่คุณต้องรู้ก่อนลงมือทำบูติกโฮเต็ล โฮสเทล และโฮมสเตย์ในฝันให้ประสบความสำเร็จ ถ่ายทอดโดยตรงจากนักบริหารการโรงแรมมากประสบการณ์ ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จโรงแรมเล็กชั้นนำหลายแห่ง เริ่มจากแบบสำรวจตัวเอง การวิเคราะห์การลงทุน แนวคิดรูปแบบที่โดดเด่นน่าดึงดูด เงินลงทุน แหล่งเงินทุน กระบวนการวางแผนก่อนเปิดบริการ ลูกค้า การสือสาร รวมถึงวิธีการที่จะทำให้ลูกค้าประทับใจในบริการที่ดี นำเสนอด้วยสำนวนภาษาเข้าใจง่าย ช่วยให้คุณเข้าใกล้ความสำเร็จเร็วขึ้นไปอีกขั้น (ราคาพิเศษวันนี้ เมื่อซื้อเป็นชุด) สามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้ทาง https://theboutiqueking.com/collections/books-cd   #เปลี่ยนบ้านเก่าเป็นบูติคโฮเตล #homemadestay #กฏหมายสำหรับโรงแรมขนาดเล็ก #ทำโรงแรมต้องภูกกฏหมาย #theboutiqueking   #การสร้างโรงแรม #ธุรกิจโรงแรม #บริหารโรงแรม ----- ขอบคุณข้อมูล เปลี่ยนบ้านเก่าเป็นบูติคโฮเตล ThaiHotelBiz -----

Read more →


ทำโรงแรมให้ถูกกฏหมาย โดย The Boutique King

ทำโรงแรมให้ถูกกฏหมาย โดย The Boutique King

คำแนะนำแบบ EXCLUSIVE โดย วรพันธุ์ คล้ามไพบูลย์ ผู้บุกเบิกธุรกิจโรงแรมขนาดเล็กในประเทศไทย กูรูแห่งวงการบูติคโฮเต็ล ของประเทศไทย การทำธุรกิจโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นขนาดเล็กหรือใหญ่ ย่อมมีทั้งปัจจัยแห่งความสำเร็จ และปัจจัยแห่งความล้มเหลวควบคู่กัน และปัจจัยแห่งความล้มเหลวอันดับที่ 1 ก็คือการทำโรงแรมผิดกฎหมายไม่มีใบอนุญาต ซึ่งนี่คือประเด็นที่ สำคัญที่สุดของคนทำธุรกิจ เพราะโทษจากการทำโรงแรมเถื่อน คือการถูกจับปรับไปจนถึงปิดกิจการ คงไม่มีใครที่อยากให้โรงแรมของตัวเองที่ลงทุนด้วยน้ำพักน้ำแรงและน้ำเงินมหาศาลนั้นต้องเผชิญชะตากรรมเช่นนี้            นี่คือปัญหาระดับชาติ ที่รัฐบาลเองไม่ได้นิ่งนอนใจ ที่ผ่านมาจึงได้มีการออกกฎหมายเพื่อผลักดันโรงแรมเถื่อนเหล่านี้ให้เข้าระบบให้มากที่สุด โดยเฉพาะกรณีที่เปลี่ยนอาคารเก่าประเภทอื่นมาเป็นโรงแรมจำนวนมากทั่วประเทศ  ดังนั้นในวันที่ 19 สิงหาคม 2559 ได้มีการออก  กฎกระทรวงกําหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. 2559 ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2552   ที่อนุญาตให้ผู้ประกอบการสามารถเปลี่ยนอาคารประเภทอื่นมาเป็นโรงแรมได้  รวมถึง ในวันที่ 12 มิถุนายน2562 ที่คสช.ได้ออกประกาศ มาตรา44 ที่มีประเด็นสำคัญมากโดยเฉพาะเรื่องการปลดล็อคผังเมือง สำหรับผู้ที่ทำโรงแรมขนาดเล็กในพื้นที่ห้ามทำโรงแรม ล่าสุดวันที่ 21 สิงหาคม 2562 ที่ได้มีการประกาศหนังสือด่วนจากกระทรวงมหาดไทยเพิ่มเติมเพื่อ ให้ผู้ที่ทำโรงแรมผิดกฎหมายนั้นไปรายงานตัวต่อหน่วยงานที่ดูแลด้านการขออนุญาตอาคารในพื้นที่ทั่วประเทศภายในวันที่9กันยายน2562 เพื่อแลกกับการยกเว้นโทษจับโรงแรมผิดกฎหมาย !!! ไปจนถึง18สิงหาคม2564 ถือเป็นการปลดล็อกที่ช่วยผู้ประกอบการแบบสุดซอยในมาตรการสุดท้าย           สถานการณ์ร้อนแรงเหล่านี้ มีรายละเอียดเป็นอย่างไรและสำหรับผู้ประกอบการจะมีทางออกอย่างไร ควรไปแจ้งรายงานตัวกับทางการหรือไม่ เราไปคุยกับ วรพันธุ์ คล้ามไพบูลย์ ผู้บุกเบิกธุรกิจโรงแรมขนาดเล็กในประเทศไทย จนกระทั่งสื่อระดับโลก อย่างNational Geographic ยังต้องมาสัมภาษณ์ รวมถึงยังเป็นผู้ที่ก่อตั้งหลักสูตร เปลี่ยนบ้านเก่าเป็นบูติคโฮเต็ล ที่สร้างผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมขนาดเล็กที่โดดเด่นกว่า100แห่ง จนกระทั่งถูกเรียกว่า THE BOUTIQUE KING หรือ กูรูแห่งวงการบูติคโฮเต็ล ของประเทศไทยกัน  คำถาม : ทำไมถึงมีโรงแรมขนาดเล็กที่ผิดกฎหมายในประเทศไทยมากมายขนาดนี้ ? คำตอบ:เพราะประเทศเราเต็มไปด้วยโอกาสทางธุรกิจ            ช่วงเวลาที่ผ่านมาก่อนปี 2559 นั้นกฎหมายสำหรับโรงแรม เป็นกฎหมายที่เขียนขึ้นสำหรับการสร้างโรงแรมใหม่ จนกระทั่งสิงหาคม 2559 จึงมีการออกกฎหมายสำหรับการอนุญาตให้เปลี่ยนอาคารเก่ามาเป็นโรงแรมได้ คือ กฎกระทรวงกําหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรมปี 2559   สาระก็คือเป็นการผ่อนผันในเรื่องพื้นที่หลายๆอย่างที่เคยเป็นข้อจำกัด โดยเฉพาะเรื่องของทางเดิน บันไดหนีไฟและพื้นที่ว่างเป็นต้น ซึ่งกฎหมายปี 59 ได้ทำการลดหย่อน เพื่อช่วยให้ผู้ที่เปลี่ยนตึกเก่ามาเป็น...

Read more →


โอกาสใหม่ วัย60

โอกาสใหม่ วัย60

ภายในปี 2030 (หรือ พ.ศ. 2573) นี้ ประเทศไทยจะมีจำนวนผู้สูงอายุที่ 60 ปีขึ้นไปรวมแล้วมากกว่า 1 ใน 4 ของประเทศ สอดคล้องกับที่ลูกเพจหลายๆ ท่านมักจะบ่นกับเราเสมอว่า เมื่อถึงวันที่ใกล้จะต้องเกษียณอายุ จะรู้สึกแปลก ๆ กับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงานที่ลดลง สุขภาพที่เริ่มเสื่อมโทรม รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงทางด้านการเงิน เพราะรายได้ประจำจะหายไปในขณะที่รายจ่ายยังคงมีต่อเนื่อง ยิ่งคนโสดเมื่อแก่ชราไปยิ่งต้องดูแลตัวเองมากกว่าคนอื่น การวางแผนการเงินและการลงทุน จึงเป็นส่วนสำคัญต่อชีวิตในบั้นปลาย ดังนั้นวันนี้เราจึงขอแนะนำว่าในวัยเกษียณนั้น คุณควรนำเงินไปลงทุนอะไรบ้าง และทางที่ดีคุณควรแบ่งเงินลงทุนไว้เป็นหลายๆ ส่วนเพื่อเฉลี่ยความเสี่ยง ซึ่งวันนี้เราขอยกตัวอย่างการแบ่งการลงทุนเป็น 3 ระยะ 3 ส่วน ดังนี้   1. เงินลงทุนระยะสั้น คือเอาไว้ใช้วันต่อวัน เงินในส่วนนี้จะนำไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เคยเห็นเทคนิคการเก็บเงินหยอดกระปุกวันละ 50 บาท นั่นก็เป็นเหมือนการฝากได้เช่นกัน เพราะข้อดีของมันก็คือ ไม่ต้องเสี่ยงไปกับการลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งยังได้คุณค่าทางใจจากการเก็บหอมรอมริบไว้เป็นประจำ เพียงแต่วิธีนี้ไม่มีดอกเบี้ยไว้ทำกำไรให้งอกเงย อีกทั้งเมื่อนับวันไปเงินในกระปุกก็อาจมีมูลค่าน้อยลงเนื่องจากภาวะเงินเฟ้อที่มีเปอร์เซ็นต์เพิ่มสูงขึ้นทุก ๆ ปี การลงทุนในการฝากธนาคารในรูปแบบออมทรัพย์และฝากประจำระยะสั้น ก็อาจเป็นทางเลือกหนึ่งในการลงทุนระยะสั้น เพราะมีความเสี่ยงต่ำ แต่ผลตอบแทนอาจจะน้อยไปนิด ซึ่งจะให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำแต่ก็ถือว่ายังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย หรือถ้าอยากได้ผลตอบแทนที่ดีขึ้น ก็ลองฝากประจำระยะยาว โดยสามารถปรึกษารูปแบบการฝากได้จากเจ้าหน้าที่ซึ่งจะทำให้รับทราบข้อมูลต่าง ๆ อย่างละเอียดได้ดียิ่งขึ้น       2. เงินลงทุนระยะกลาง เน้นขาดทุนน้อยที่สุด เงินลงทุนในส่วนนี้จะเน้นไปที่การรักษาเงินต้นที่ลงทุนแต่ก็พยายามให้มีการขาดทุนน้อยที่สุด หรือพูดง่าย ๆ คือ พยายามให้ชนะเงินเฟ้อ โดยนำไปลงทุนตราสารหนี้ซะส่วนใหญ่ เพื่อลดโอกาสเสี่ยงที่จะขาดทุน ขณะเดียวกันก็มีโอกาสที่จะได้ผลตอบแทนจากการที่ชนะอัตราเงินเฟ้อ หรือการฝากประจำที่สามารถรับดอกเบี้ยเป็นรายเดือนก็น่าลงทุนเช่นกัน เพราะการฝากเงินในลักษณะนี้เหมือนมีบำนาญไว้ใช้ซึ่งจะสร้างความอุ่นใจให้แก่ผู้สูงอายุ เมื่อเกิดเหตุอะไรขึ้นก็ยังสามารถไปถอนเงินก้อนออกมาใช้ก่อนกำหนดได้ และในขณะเดียวกันก็ยังได้รับดอกเบี้ยเป็นรายเดือนเหมือนเดิมอีกด้วย   และ 3. เงินลงทุนระยะยาว การลงทุนที่เราควรมีความสุขกับมัน เหมาะกับการลงทุนที่มีระยะ 10 ปีขึ้นไป โดยเป้าหมายจะเน้นไปที่ผลตอบแทนที่แน่นอนและมีการงอกเงยของจำนวนเงิน คุณก็อาจจะเพิ่มการลงทุนไปที่พวกตราสารทุนมากหน่อย และลดสัดส่วนของตราสารหนี้ลงเล็กน้อย แบบนี้จะทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนระยะยาวมีโอกาสสูงเพิ่มมากขึ้น การลงทุนที่น่าสนใจมากๆ สำหรับกลุ่มนี้คือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ โดยเฉพาะการทำโรงแรมก็เป็นสิ่งที่เราพูดมาตลอดว่า เหมาะกับผู้ทำงานในวัยเกษียณ ใครที่กังวลกับเรื่องของเงินเฟ้อที่จะส่งผลกระทบต่อทรัพย์สินที่เราลงทุน เราขอแนะนำให้คนหลังเกษียณอายุเลือกลงทุนในอสังหาริมทรัพย์...

Read more →


Experience Design

Experience Design

Experience Design การออกแบบประสบการณ์  ช่วยสร้างมูลค่าและลดต้นทุน สำหรับผู้ประกอบการรายเล็กอย่าง SME การลงทุนสร้างประสบการณ์ลูกค้าอาจดูเป็นเรื่องใหญ่ ที่สำคัญเมื่อลุกขึ้นมาทำอะไรใหม่ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะห่วงเรื่องเงินในกระเป๋า แต่ความคิดนี้อาจเปลี่ยนไปเมื่อ วรพันธุ์ คล้ามไพบูลย์ กูรูบูติคโฮเต็ลผู้ก่อตั้งเปลี่ยนบ้านเก่าเป็นบูติคโฮเต็ล หนึ่งในนักสร้างประสบการณ์ย้ำกับเราว่า การสร้างประสบการณ์เป็นการเพิ่มมูลค่าของสินค้าและบริการ และลดต้นทุนไปได้พร้อมๆ กัน      “การออกแบบประสบการณ์ ถ้าเราดีไซน์ได้ดีมันจะช่วยให้เราได้ลูกค้าที่แข็งแกร่งและนิช (Niche) มากๆ  โดยที่เราสามารถลงทุนในโลเกชัน (Location) ไกลๆ ได้ หรือกระทั่งตกแต่งสถานที่ด้วยของที่ไม่แพง ฉะนั้นมันจึงเป็นเรื่องของการเพิ่มมูลค่าในการขายที่ดีมากๆ ในขณะที่การลงทุนก็ถูกลงด้วย นี่คือสาระของมัน” ยกตัวอย่าง โรงแรมขนาดเล็กที่เกิดจากการปรับปรุงบ้านเก่า ทำเลอยู่ในซอกหลืบรถเข้าถึงไม่ได้ การเดินทางต้องเข้าไปในชุมชน แต่ใครจะคิดว่าโรงแรมแห่งนี้สามารถขายของห้องพักได้ถึงห้องละ 4 พันบาท ขณะที่โรงแรมตรงปากซอยติดถนนใหญ่ ที่จอดรถสะดวก มีสระว่ายน้ำ กลับขายได้เพียงห้องละ 900 บาทเท่านั้น การสร้างประสบการณ์จึงกลายเป็นแต้มต่อของธุรกิจเล็กๆ อย่าง SME      ที่น่าสนใจไปกว่าขายแพงได้ คือการใช้เงินลงทุนน้อยลงด้วย ยกตัวอย่าง โรงงานรองเท้าห้องแถวเก่าย่านวงเวียนใหญ่ ที่เจ้าของเป็นอาม่าทำรองเท้ามาตั้งแต่รุ่นๆ ไม่มีครอบครัว และมีงบประมาณแค่ล้านต้นๆ แต่อยากปรับเป็นโรงแรมขนาดเล็ก เพราะฉะนั้นจึงเลยกลายเป็นตึกที่เต็มไปด้วยร้องรอยของประสบการณ์ในอดีต มองให้เป็นงานอาร์ตไม่ใช่ฝาผนังสกปรก จึงได้งานที่ยูนีคมากๆ และลดต้นทุนไปด้วยในตัว ทั้งยังเก็บความเป็นโรงงานรองเท้าเอาไว้ด้วยการให้คนที่มาเข้าพักสามารถเวิร์กช็อปทำรองเท้าง่ายๆ ด้วยตัวเอง ทำให้เครื่องไม้เครื่องมือเก่าๆ ไม่ต้องถูกขนไปทิ้ง และยังกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ได้อีกด้วย (อ่านเรื่องการรีโนเวทได้ที่ >> https://theboutiqueking.com/blogs/interview/ก้าวสำคัญของ-shoes-maker-home-จากโรงงานรองเท้าเก่าสู่บูติคโฮเต็ล-boutique-online-01 ) การสร้างประสบการณ์มีหนึ่งคำที่สำคัญมากนั่นคือ Original Experience หรือประสบการณ์ที่แท้จริง      “เราต้องมองหาว่าจุดขายของเราคืออะไร เรามีจุดขายอะไรที่คนอื่นเขาไม่มี แล้วที่ดีคือบางครั้งจุดขายพวกนี้อาจไม่ใช่เป็นของใหม่ แต่เป็นของที่มีอยู่แล้วเพียงแต่ว่ายังไม่เคยมีใครเอามาพูดถึง อย่างก๋วยเตี๋ยวไก่แม่ศรีเรือน เป็นอาหารเก่าแก่ แต่ว่าไม่มีใครเอามาพูด ฉะนั้นแม่ศรีเรือนเอามาพูดก่อนและยึดคำว่าก๋วยเตี๋ยวไก่แม่ศรีเรือนไว้ได้เขาก็ชนะ นี่คือตัวอย่างของ Original Experience ให้เขาคิดถึงแง่มุมที่เขาเคยละเลยไป การสร้างประสบการณ์แบบนี้ได้จะเป็น Experience ที่ประสบความสำเร็จ โดยไม่ต้องไปคิดอะไรใหม่ๆ เพราะการไปคิดใหม่มันต้องลงทุน แต่การต่อยอดจากของเดิมมันช่วยให้เราลงทุนได้ง่ายและถูกลง”   และสำหรับทุกท่านที่สนใจ หรือกำลังเริ่มต้นลงทุนในกิจการบูติคโฮเต็ล โรงแรมเล็ก และ โฮสเทล เราขอแนะนำชุดหนังสือและซีดี Audio ที่รวบทุกเรื่องที่คุณต้องรู้ก่อนลงมือทำบูติกโฮเต็ล โฮสเทล และโฮมสเตย์ในฝันให้ประสบความสำเร็จ...

Read more →


โอกาสใหญ่โรงแรมเล็ก

โอกาสใหญ่โรงแรมเล็ก

โอกาสใหญ่โรงแรมเล็ก เมื่อสถาบันการเงินร่วมด้วยช่วยคุณทำโรงแรม  ถ้าเราพูดถึงอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ต้องยอมรับว่านับเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญในการสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยเป็นอันดับต้นๆ อีกทั้งยังมีความสำคัญโดยตรงต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ การจ้างงาน รายได้ของคนระดับชุมชน โดยทิศทางการท่องเที่ยวต่อจากนี้ มีการคาดว่า จะสามารถเติบโตได้ดีในอนาคต ทั้งจากในแง่จำนวนของนักท่องเที่ยวชาวไทยที่นิยมเดินทางท่องเที่ยวตลอดทั้งปีทั้งในเมืองหลักและเมืองรองตามแผนส่งเสริมของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาประเทศไทยยังคงมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  เทรนด์ออนไลน์มา Booking ผ่านแพลตฟอร์มใหญ่มาแรง การท่องเที่ยวของประเทศไทย แน่นอนว่านอกจากสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว หนึ่งสถานที่ที่ก็มีความสำคัญและนับว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีผลต่อการท่องเที่ยวนั้นก็คือ ที่พัก โรงแรม รีสอร์ทต่างๆ โดยมีข้อมูลจากเอ็กซ์พีเดียที่ระบุว่า มีผู้ประกอบการท่องเที่ยวในแพลตฟอร์มออนไลน์อื่นๆ โตต่อเนื่องในอัตราที่สูงมาก โดยพบว่ามีมูลค่าการจองสินค้าและบริการการท่องเที่ยวผ่านช่องทางออนไลน์ในเอเชียแปซิปิกเพิ่มขึ้นจาก 12.9 ล้านล้านบาทในปี 2557 เป็น 16.7 ล้านล้านบาทในปี 2565 เช่นเดียวกับทางเอ็กซ์พีเดียที่มีรายได้เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน  เรียกได้ว่า ที่พัก โรงแรม รีสอร์ทต่างๆ ก็นับเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ได้รับอานิสงค์จากการท่องเที่ยวในแต่ละปี เพราะเป็นหนึ่งจุดหมายก่อนถึงปลายทางที่สำคัญของนักท่องเที่ยว ดังนั้นเทรนด์การใช้เทคโนโลยีในปัจจุบันเพื่อให้สอดคล้องกับผู้บริโภคยุคนี้ การเลือกใช้แพลตฟอร์มเทคโนโลยีซึ่งเป็นตัวกลางในการมองหาที่พักของคนรุ่นใหม่ ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่จะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการที่พัก โรงแรม รีสอร์ท ด้วย  พฤติกรรมคนเปลี่ยน ธุรกิจต้องปรับตาม ปัจจุบันเทรนด์การเลือกที่พักของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปจากอดีต ประเด็นหนึ่งที่ชัดเจนและเป็นโอกาสของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก คือ นักท่องเที่ยวยินดีจ่ายค่าที่พักในราคาสูงขึ้นให้กับโรงแรมที่มีเอกลักษณ์ สามารถบ่งบอกความเป็นตัวตน ที่สามารถส่งมอบประสบการณ์ที่แตกต่าง หรือให้บริการที่ตรงกับความต้องการเฉพาะตัวของผู้เข้าพักแต่ละกลุ่ม อันเป็นโอกาสของบูติกโฮเทลที่จะยกระดับมาตรฐานห้องพัก สิ่งแวดล้อม และบริการ เพื่อสร้างจุดขายที่มีความแตกต่าง นอกจากนี้ผู้ประกอบการยังต้องให้ความสำคัญต่อการนำเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาธุรกิจ เพื่อปรับระบบการบริหารจัดการ และต่อยอดการทำตลาดและช่องทางการขายใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  จะเข้าถึงแพลตฟอร์มใหญ่ต้องทำถูกต้อง แต่ก่อนที่ผู้ประกอบการที่พัก โรงแรม รีสอร์ม ขนาดกลางและขนาดเล็กจะสามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มที่เป็น Global ได้นั้น คงเป็นสิ่งไม่ง่ายเลยที่เดียวที่จะต้องสร้างมูลค่าและต้องมีความดึงดูดพอสมควรให้กับผู้บริโภค รวมถึงมีใบอนุญาตที่ถูกต้องเพื่อเปรียบเสมือนใบเบิกทางที่จะนำพาไปสู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่มากขึ้น  อย่างปัจจุบันก็มีสถาบันการเงินหลายแห่งเปิดบริการที่ช่วยคุณทำโรงแรมได้ง่ายขึ้น เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้จัดเตรียม SCB Hotel Solution เพื่อเป็นทางเลือกที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการด้านผลิตภัณฑ์และบริการของผู้ประกอบการไว้อย่างครบวงจร ด้วยสินเชื่อโรงแรมเพื่อ Refinance และ Renovation อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 4% (ตามเงื่อนไขของธนาคาร) วงเงินกู้สูงสุด 100 ล้านบาท สามารถผ่อนชำระได้ตามฤดูกาล ระยะเวลานานสูงสุด 10 ปี คุณสมบัติลูกค้าต้องเป็นผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมที่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมถูกต้องตามเกณฑ์ มีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจโรงแรมมาไม่ต่ำกว่า 5 ปี  และยังช่วยอำนวยความสะดวกในการรับชำระค่าบริการผ่านบัตรเครดิตแบบ Online...

Read more →