<< Case Study บูติคโฮเต็ลระดับโลก >>
Case Study : Villa Pateh
โรงแรมบูติคสไตล์ LUXURY LOCAL
ที่หลอมรวมสถาปัตยกรรมแนว Local และ Sustainable เข้าด้วยกันอย่างลงตัว

อีกหนึ่งเทรนด์กลุ่มลูกค้าโรงแรม ที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก คือ “Sustainable Tourism” หรือ “การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์” คาดการณ์กันว่านี่จะกลายเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่มาแรงที่สุดในปี 2026 สถิติของเว็บไซต์ booking.com ได้ทำการสำรวจ นักเดินทางเกือบ 30,000 คน ใน 33 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย พบว่า นักท่องเที่ยวจำนวนมากกำลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ไปสู่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ทั้งในรูปแบบของการท่องเที่ยวท้องถิ่นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงฮันนีมูนสายอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม
กรณีศึกษาของโรงแรมในวันนี้ เราจะพาไปชม “Villa Pateh” ในอำเภอสิเกา จังหวัดตรัง ที่นี่เป็นโรงแรมบูติกสุดหรู ที่ผสานแนวคิดการออกแบบอย่างยั่งยืน วัฒนธรรมท้องถิ่น และกลิ่นอายแห่งความโรแมนติก เข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว

Villa Pateh เป็นโรงแรมบูติคที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากที่พำนักของพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง)ตัวอาคารสีขาวให้ความรู้สึกโปร่งโล่งสะอาดตา และหลังคาสีน้ำตาลที่เติมความอบอุ่นให้กับภาพรวมของอาคาร อาจารย์วรพันธุ์ คล้ามไพบูลย์ สถาปนิกผู้ออกแบบโรงแรมแห่งนี้ ได้นำแนวคิดนี้ไปต่อยอด โดยปรับชั้นล่างให้เป็นพื้นที่เปิดโล่งแบบ Open Plan ปูด้วยกระเบื้องดินเผา สีน้ำตาลทั่วทั้งพื้นที่ เชื่อมโยงสองคาแรกเตอร์ความโปร่งและความอบอุ่นเข้าด้วยกันได้อย่างกลมกลืน

อีกหนึ่งองค์ประกอบที่น่าสนใจของโรงแรมแห่งนี้คือ การวางตำแหน่งของประตูและหน้าต่าง จะเห็นได้ชัดว่าแต่ละบาน ถูกวางในตำแหน่งที่ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งให้กับโรงแรม ซึ่งเปลือกของอาคารชั้นล่างจะมีการใช้เสาแทนกำแพงอีกด้วย นี่เป็นการทำให้พื้นที่ชั้นล่างรู้สึกกว้างขึ้น แถมยังทำให้ลมธรรมชาติไหลเวียนเข้าสู่โรงแรมได้โดยตรงอีกด้วย
ดีไซน์แบบ Open Plan ที่เปิดโล่งด้านล่างเปรียบเสมือนใต้ถุนของบ้านเรือนไทย ไม่เพียงแต่จะช่วยประหยัดพลังงาน ภายในตัวโรงแรม (Sustainability) แต่เป็นการมอบประสบการณ์ที่ให้กลิ่นอายของวิถีชีวิต แบบดั้งเดิมให้กับแขกผู้เข้าพัก อีกด้วย เฟอร์นิเจอร์ในโรงแรมก็เลือกใช้ของที่ผลิตในท้องถิ่นหรือวัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ สะท้อนความเชื่อมโยงระหว่าง โรงแรม ชุมชน และแนวคิดความยั่งยืน

ยามค่ำคืนแสงไฟภายในตัวโรงแรมถูกออกแบบมาเพื่อทำให้พื้นที่และบรรยากาศนั้นดูน่าหลงใหล ช่วยขับบรรยากาศ ให้มีกลิ่นอายของความโรแมนติกและความเงียบสงบ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคู่รักฮันนีมูน หรือแม้แต่นักท่องเที่ยวกลุ่ม LGBTQ+ ที่มองหาความโรแมนติกในทริปของตนเอง แสงไฟเหล่านี้ไม่ได้มาจากโคมไฟหรูหราราคาแพง แต่เกิดจากการ ออกแบบสุดสร้างสรรค์ โดยใช้เหล็กบล็อกธรรมดาตัดเป็นทรงสี่เหลี่ยม แล้วติดตั้งหลอดไฟไว้ภายใน ดีไซน์เรียบง่ายแต่สง่างาม ที่ช่วยสร้างเอกลักษณ์เฉพาะให้กับโรงแรมแห่งนี้

เมื่อพูดถึง Villa Pateh สิ่งหนึ่งที่ไม่อาจมองข้ามคือ ”กิจกรรมเชิงพื้นที่เฉพาะถิ่น” ที่กลายเป็นไฮไลต์ของที่นี่ โรงแรมเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวสิเกาอย่างแท้จริง ทั้งในเรื่องของอาหารท้องถิ่น งานหัตถกรรม ไปจนถึงกิจกรรมกลางแจ้ง อย่างล่องเรือและปลูกป่าชายเลน จากสถิติและแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วโลก เราจะเห็นได้ว่าการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ไม่ใช่เพียงแค่เทรนด์ชั่วคราว แต่กำลังกลายเป็นวิถีใหม่ของการเดินทางในยุคปัจจุบัน และ Villa Pateh ก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของโรงแรม ที่นำแนวคิดนี้มาประยุกต์ใช้ได้อย่างลงตัว ทั้งในด้านของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่ผสานความโปร่งโล่ง ความยั่งยืน และอัตลักษณ์ท้องถิ่น ไปจนถึงการสร้างประสบการณ์เชิงลึกที่เชื่อมโยงกับชุมชนอย่างแท้จริง

ในโลกที่นักท่องเที่ยวเริ่มมองหาประสบการณ์ที่มีความหมายมากกว่าความหรูหรา Villa Pateh ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า โรงแรมขนาดเล็กที่ใส่ใจในรายละเอียดของการออกแบบและชุมชน สามารถกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าประทับใจ และตอบโจทย์ทั้งความงาม ความยั่งยืน และความโรแมนติกได้ในที่เดียว
สื่ออ้างอิง :
https://www.booking.com/articles/2026-travel-predictions.html
https://www.forbes.com/sites/emesemaczko/2025/10/15/3-new-travel-trends-making-2026-tourism-more-sustainable/
https://www.villapateh.com