ทำโรงแรมในทำเลไม่ดีอย่างไรให้ขายดี กับ Uthaiheritage | EXPERIENCE HERITAGE BOUTIQUE HOTEL

Admin theboutiqueking

Case Study โรงแรมระดับโลกวันนี้ เราอยากพาคุณไปรู้จักกับ Uthai Heritage โรงแรมบูติคระดับ 5 ดาว ที่ถูกออกแบบให้ “กลายเป็นจุดหมายปลายทางในตัวเอง”

     Uthai Heritage ตั้งอยู่ในจังหวัดอุทัยธานี ภายในซอยเล็ก ๆ ที่เดิมเคยเป็นโรงเรียนเก่า สิ่งที่ทำให้โรงแรมแห่งนี้แตกต่างจากโรงแรมระดับ 5 ดาวทั่วไป คือการตั้งอยู่บนทำเลที่หลายคนมองว่า “ไม่เหมาะกับการทำโรงแรม”
     พื้นที่ของโรงแรมตั้งอยู่ใจกลางเมือง แต่ไม่ได้ติดแม่น้ำเจ้าพระยา หรือโซนท่องเที่ยวหลักที่นักท่องเที่ยวมักค้นหาโดยอัตโนมัติ ย่านโดยรอบเป็นชุมชนเมืองเก่า ทำให้ภาพรวมของทำเลดู “ธรรมดา” เมื่อเทียบกับรีสอร์ตนอกเมืองหรือโรงแรมริมแม่น้ำที่คุ้นตา

     อย่างไรก็ตาม Uthai Heritage เลือกใช้ “เรื่องเล่า” เข้ามาแทนที่ข้อจำกัดของทำเล โรงแรมเล่าเรื่องการเปลี่ยนผ่านจาก “โรงเรียนสู่โรงแรม” อย่างชัดเจน ผ่านชื่อห้องพัก รายละเอียดการตกแต่ง ไปจนถึงกิจกรรมภายในโรงแรม แขกจึงไม่ได้มาเพียงเพื่อพักค้างคืน แต่เดินทางมาเพื่อสัมผัสความทรงจำในวัยเด็ก และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเมืองอุทัยธานี เรื่องเล่านี้เองที่ช่วยสร้างการบอกต่อและคอนเทนต์ออนไลน์ในมุม “ต้องมาลองสักครั้ง” มากกว่าการขายจุดเด่นด้านทำเลหรูหรือวิวแม่น้ำ

     เจ้าของโรงแรมตั้งใจให้ Uthai Heritage ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการดึงผู้คนให้มารู้จักเมืองอุทัยธานีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำร้านอาหารท้องถิ่น วิถีชีวิตของชุมชนลุ่มแม่น้ำสะแกกรัง หรือกิจกรรมเดินเล่นรอบเมืองเก่า แนวคิดนี้ทำให้ข้อจำกัดเรื่องการไม่ติดแลนด์มาร์กใหญ่ กลับกลายเป็นโอกาสในการขาย “ชีวิตจริงของเมือง” ที่แตกต่างจากจุดหมายปลายทางยอดนิยมอย่างเชียงใหม่ เขาใหญ่ หรือโรงแรมริมแม่น้ำที่ผู้คนคุ้นเคยอยู่แล้ว

     นอกจากนี้ งานออกแบบที่มีเอกลักษณ์ยังช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่มได้อย่างชัดเจน เช่น Facade และพื้นที่ภายใน เลือกใช้โทนสีหม่นและการวางโคม ที่กระจายแสงเฉพาะ เพื่อสร้างบรรยากาศที่เงียบ เหงา แต่สงบ เหมาะกับคู่รักที่มองหาการพักผ่อนแบบชิลล์และเป็นส่วนตัว งานไฟได้รับแรงบันดาลใจจากบล็อกเหล็กในผลงานของ Geoffrey Bawa ซึ่งเป็นโคมไฟดีไซน์เรียบง่ายแฝงความโมเดิร์น ช่วยขับเน้นอัตลักษณ์ที่สงบและนิ่งของโรงแรม เพดานที่สูง คานไม้ดั้งเดิมจากโรงเรียนเก่า และแสงธรรมชาติที่ไหลเข้าสู่ภายใน ล้วนช่วยเสริมบรรยากาศผ่อนคลาย และสร้างความผูกพันทางอารมณ์ที่เชื่อมโยงกับความทรงจำของโรงเรียนในอดีต

     ในขณะเดียวกัน การดีไซน์ของห้องพักก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวดึงดูดกลุ่มลูกค้าใน Uthai Heritage เช่น ห้อง “Alumni Suite” ที่สามารถรองรับผู้เข้าพักได้สูงสุดถึง 8 คน โดยตั้งราคาประมาณ 1,100 บาทต่อคน (ห้องราคา 9,000 บาทต่อคืน) ทำให้เป็นที่นิยมในกลุ่มเพื่อนที่กำลังมองหาความคุ้มค่าในด้านราคา หรือหากมาพักเป็นกลุ่มเล็กๆ ก็สามารถเลือกห้องที่มีเตียงสองชั้น ซึ่งให้กลิ่นอายของความสนุกระหว่างผู้เข้าพัก โดยไม่ลดทอนความสบายหรือพื้นที่ใช้สอย กลยุทธ์การออกแบบห้องพักที่ยืดหยุ่นนี้ ช่วยเพิ่มอัตราการเข้าพัก พร้อมสะท้อนภาพลักษณ์ของโรงแรมที่มีรากฐานจากชุมชน เปิดกว้าง และเป็นกันเองอย่างแท้จริง



Older Post Newer Post